ข้ามไปยังเนื้อหา
ศูนย์ซ่อมรถยนต์ • บ้านบึง ชลบุรีจันทร์–เสาร์ 08:00–17:00 น.
อินเตอร์ ออโต้ การาจINTER AUTO GARAGE☎ 082 559 1646

หน้าแรกบทความและความรู้เรื่องรถ

น้ำมันเบรก เปลี่ยนเมื่อไร ดูสียังไง DOT 3 กับ DOT 4 ต่างกันตรงไหน

น้ำมันเบรก เปลี่ยนเมื่อไร ดูสียังไง DOT 3 กับ DOT 4 ต่างกันตรงไหน

หลายคนเปิดฝากระโปรงดูแล้วเห็นว่าน้ำมันเบรกยังอยู่ระดับเต็ม เลยคิดว่าไม่ต้องเปลี่ยน ความจริงคือน้ำมันเบรกเสื่อมได้โดยที่ระดับไม่ลดลงเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะมันดูดความชื้นจากอากาศอยู่ตลอดเวลา และความชื้นนี่แหละที่ทำให้เบรกทำงานแย่ลงในจังหวะที่คุณต้องการมันมากที่สุด บทความนี้อธิบายว่าควรเปลี่ยนเมื่อไร ดูสีแล้วบอกอะไรได้บ้าง และ DOT 3, DOT 4, DOT 5.1 ต่างกันตรงไหน

น้ำมันเบรกทำหน้าที่อะไร ทำไมเสื่อมทั้งที่ไม่ได้ลดลง

ระบบเบรกของรถเกือบทุกคันเป็นระบบไฮดรอลิก เวลาเหยียบแป้นเบรก แม่ปั๊มเบรกจะดันน้ำมันเบรกผ่านท่อไปยังคาลิปเปอร์หรือกระบอกเบรกที่ล้อ แรงดันนี้คือสิ่งที่บีบผ้าเบรกเข้ากับจาน ของเหลวถูกบีบอัดไม่ได้ แรงที่เท้ากดจึงส่งไปถึงล้อได้เต็มที่

น้ำมันเบรกส่วนใหญ่ (DOT 3, DOT 4, DOT 5.1) เป็นสารกลุ่มไกลคอล ซึ่งมีคุณสมบัติ ดูดความชื้น ความชื้นซึมเข้าระบบได้ทีละน้อยผ่านฝากระปุก ท่ออ่อน และซีลยาง โดยเฉพาะในอากาศร้อนชื้นอย่างบ้านเรา ปัญหาคือ ยิ่งน้ำมันเบรกมีน้ำปนมาก จุดเดือดยิ่งต่ำลง

เวลาเบรกหนัก ๆ ต่อเนื่อง เช่น ลงเขายาว ๆ หรือเบรกแรงหลายครั้งติดกันในรถบรรทุกหนัก ความร้อนจากจานเบรกจะถ่ายมาที่น้ำมันเบรก ถ้าน้ำมันเดือดจนเกิดฟองไอ ฟองไอนี้ถูกบีบอัดได้ แป้นเบรกจะยุบลึกและเบรกไม่อยู่ทันที อาการนี้เรียกว่า Vapor lock ซึ่งอันตรายมากเพราะเกิดขึ้นตอนที่รถกำลังต้องการแรงเบรกที่สุด นอกจากนี้ ความชื้นในระบบยังทำให้ชิ้นส่วนโลหะภายในเป็นสนิม ลูกสูบคาลิปเปอร์ฝืด และซีลเสื่อมเร็วขึ้น

ควรเปลี่ยนน้ำมันเบรกเมื่อไร

คำตอบที่ถูกที่สุดคือ ตามที่คู่มือรถรุ่นนั้นกำหนด ผู้ผลิตหลายรายกำหนดให้เปลี่ยนทุกประมาณ 2 ปี บางรายกำหนดเป็นระยะทาง หรือแล้วแต่อย่างใดถึงก่อน จุดสำคัญคือน้ำมันเบรกเสื่อมตาม เวลา มากกว่าระยะทาง รถที่จอดเป็นส่วนใหญ่และวิ่งน้อยก็ต้องเปลี่ยนตามรอบเวลาเหมือนกัน

นอกจากตามรอบแล้ว มีสถานการณ์ที่ควรตรวจหรือเปลี่ยนก่อนกำหนด

แป้นเบรกนิ่ม หยุ่น ยุบลึก

อาจมีอากาศหรือความชื้นในระบบ หรือมีจุดรั่ว ต้องตรวจทั้งระบบ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนน้ำมัน

ใช้รถลงเขา บรรทุกหนัก ลากจูง

น้ำมันเบรกรับความร้อนสูงกว่าการขับในเมือง ควรรักษารอบเปลี่ยนให้เคร่งครัด

หลังซ่อมระบบเบรก

เช่น เปลี่ยนคาลิปเปอร์ ท่อเบรก หรือแม่ปั๊ม ซึ่งต้องไล่ลมอยู่แล้ว เป็นจังหวะดีที่จะเปลี่ยนน้ำมันทั้งระบบไปพร้อมกัน

ซื้อรถมือสองที่ไม่รู้ประวัติ

ถ้าไม่มีบันทึกว่าเปลี่ยนล่าสุดเมื่อไร การเปลี่ยนไว้ก่อนเป็นการตั้งต้นที่ปลอดภัย

ดูสีน้ำมันเบรกบอกอะไรได้บ้าง

กระปุกน้ำมันเบรกมักเป็นพลาสติกขุ่น อยู่ฝั่งคนขับใกล้ผนังห้องเครื่อง ฝามักมีสัญลักษณ์หรือระบุชนิด DOT ไว้ ส่องดูสีและระดับได้โดยไม่ต้องเปิดฝา

สีที่เห็น ความหมายโดยทั่วไป
ใส ถึงเหลืองอ่อน สภาพใหม่หรือใช้มาไม่นาน
เหลืองเข้ม สีชา ใช้มาระยะหนึ่ง เริ่มเสื่อม ควรเช็กว่าถึงรอบหรือยัง
น้ำตาลเข้ม ถึงดำ เสื่อมมาก มีสิ่งปนเปื้อนสะสม ควรเปลี่ยน
ขุ่น มีตะกอน หรือเห็นเป็นชั้น อาจมีน้ำหรือของเหลวอื่นปน ควรให้ช่างตรวจระบบ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนน้ำมัน

สีบอกได้ไม่ทั้งหมด: น้ำมันเบรกที่ยังดูใสก็อาจมีความชื้นเกินเกณฑ์ไปแล้ว เพราะน้ำไม่ได้ทำให้เปลี่ยนสีเสมอไป อู่ที่มีเครื่องวัดความชื้นหรือวัดจุดเดือดน้ำมันเบรกจะบอกได้แม่นกว่าการดูด้วยตา ถ้าไม่มีเครื่องมือ ให้ยึดรอบเวลาตามคู่มือเป็นหลัก

DOT 3, DOT 4, DOT 5.1 และ DOT 5 ต่างกันยังไง

ตัวเลข DOT คือมาตรฐานที่กำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำของน้ำมันเบรก โดยเฉพาะจุดเดือด ซึ่งวัดสองแบบคือ จุดเดือดแห้ง (น้ำมันใหม่ไม่มีความชื้น) และจุดเดือดเปียก (เมื่อมีความชื้นปนประมาณ 3.7% ซึ่งใกล้เคียงสภาพน้ำมันที่ใช้มาราว 1–2 ปี)

ชนิด สารหลัก จุดเดือดแห้ง (ขั้นต่ำ) จุดเดือดเปียก (ขั้นต่ำ)
DOT 3 ไกลคอล 205°C 140°C
DOT 4 ไกลคอล 230°C 155°C
DOT 5.1 ไกลคอล 260°C 180°C
DOT 5 ซิลิโคน 260°C 180°C

ตัวเลขในตารางคือค่าขั้นต่ำตามมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้ออาจสูงกว่านี้ จะเห็นว่าพอมีความชื้น จุดเดือดลดลงหลายสิบองศา นี่คือเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนตามรอบ

  • ใช้ชนิดที่คู่มือหรือฝากระปุกระบุ รถเก๋งและกระบะส่วนใหญ่ในปัจจุบันใช้ DOT 3 หรือ DOT 4
  • DOT 3, DOT 4, DOT 5.1 เป็นไกลคอลเหมือนกัน ผสมกันได้ในกรณีฉุกเฉินโดยไม่ทำลายระบบ แต่คุณสมบัติรวมจะลดลงตามตัวที่ต่ำกว่า ทางที่ดีคือใช้ชนิดเดียวกันทั้งระบบ
  • DOT 5 เป็นซิลิโคน ห้ามผสมกับชนิดอื่นเด็ดขาด และห้ามเติมลงรถที่ออกแบบมาใช้ไกลคอล ปกติเจอในรถเฉพาะทางบางประเภทเท่านั้น
  • การอัปเกรดจาก DOT 3 เป็น DOT 4 ในรถส่วนใหญ่ทำได้ แต่ควรถ่ายของเก่าออกทั้งระบบ และเช็กกับคู่มือก่อน

ห้ามเติมของเหลวอื่นลงกระปุกน้ำมันเบรก เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันพาวเวอร์ หรือน้ำมันเกียร์ เพราะจะทำให้ซีลยางในระบบเบรกบวมและเสียหายทั้งระบบ ซึ่งต้องรื้อเปลี่ยนชิ้นส่วนจำนวนมาก ถ้าเผลอเติมผิดไปแล้ว อย่าขับต่อ ให้ติดต่อช่างทันที และระวังน้ำมันเบรกหกโดนสีรถ เพราะมันกัดสีได้ ถ้าหกให้ล้างออกด้วยน้ำทันที

ระดับน้ำมันเบรกลดลง อย่าแค่เติมแล้วจบ

ระบบเบรกเป็นระบบปิด ระดับในกระปุกไม่ควรลดลงเร็ว ถ้าลดลง มีสาเหตุหลักอยู่สองแบบ

  1. ผ้าเบรกสึก เมื่อผ้าบางลง ลูกสูบในคาลิปเปอร์จะยื่นออกมามากขึ้น น้ำมันจากกระปุกจะไหลลงไปเติมช่องว่างนั้น ระดับจึงค่อย ๆ ลดลงตามการสึกของผ้า เป็นเรื่องปกติ แต่เป็นสัญญาณว่าควรตรวจความหนาผ้าเบรก
  2. มีจุดรั่ว เช่น ท่ออ่อนเบรก ข้อต่อ ซีลคาลิปเปอร์ หรือแม่ปั๊ม ถ้าเห็นคราบน้ำมันใสหรือเหลืองเยิ้มด้านในล้อ หรือระดับลดลงเร็วผิดปกติ ต้องหาจุดรั่วให้เจอก่อน

การเติมให้เต็มโดยไม่หาสาเหตุ อาจกลบปัญหารั่วจนกลายเป็นเบรกหายกลางทาง และถ้าผ้าเบรกบางอยู่แล้ว การเติมจนถึงขีดบนสุดยังอาจทำให้น้ำมันล้นออกมาตอนเปลี่ยนผ้าใหม่ด้วย

ถ้าไฟเตือนระบบเบรกบนหน้าปัดติดค้างทั้งที่ปลดเบรกมือแล้ว แป้นเบรกยุบลึกจนเกือบติดพื้น หรือเบรกแล้วรถหยุดได้ไม่ดีเหมือนเดิม ให้หยุดขับ แล้วติดต่อช่างหรือเรียกรถยก อย่าพยายามขับไปถึงอู่เอง

การเปลี่ยนน้ำมันเบรกที่ถูกต้องทำยังไง

การเปลี่ยนน้ำมันเบรกไม่ใช่แค่ดูดของเก่าในกระปุกแล้วเติมของใหม่ เพราะน้ำมันส่วนใหญ่อยู่ในท่อและคาลิปเปอร์ งานที่ถูกต้องคือการไล่น้ำมันเก่าออกทั้งระบบ

  1. ตรวจสเปกน้ำมันและสภาพระบบก่อน ดูชนิด DOT ที่รถต้องใช้ เช็กท่อ ข้อต่อ และความหนาผ้าเบรกไปพร้อมกัน
  2. ดูดน้ำมันเก่าในกระปุกออกแล้วเติมของใหม่ ใช้น้ำมันจากขวดที่เปิดใหม่ เพราะขวดที่เปิดค้างไว้นานก็ดูดความชื้นเหมือนกัน
  3. ไล่น้ำมันทีละล้อตามลำดับที่ผู้ผลิตกำหนด โดยทั่วไปเริ่มจากล้อที่ไกลแม่ปั๊มที่สุด ไล่จนน้ำมันที่ออกมาเป็นสีใหม่และไม่มีฟองอากาศ
  4. คอยเติมกระปุกไม่ให้ต่ำกว่าขีด ถ้าปล่อยให้แห้ง อากาศจะเข้าระบบ และต้องไล่ใหม่ทั้งหมด
  5. รถที่มี ABS บางรุ่นต้องใช้เครื่องมือสแกน สั่งให้ชุดควบคุม ABS ทำงานเพื่อไล่น้ำมันเก่าที่ค้างในชุดวาล์วออก
  6. ทดสอบแป้นเบรกและลองขับ แป้นต้องแน่น ไม่หยุ่น ระยะเหยียบปกติ ก่อนส่งรถคืน

เวลาไปเปลี่ยนน้ำมันเบรก ลองถามช่างว่าไล่ครบทั้งสี่ล้อหรือไม่ และใช้น้ำมันชนิดอะไร คำตอบจะช่วยให้มั่นใจว่างานที่ได้คือการเปลี่ยนทั้งระบบจริง ๆ

อ่านต่อ: เบรกแข็ง เบรกต่ำ เหยียบแล้วลึก เกิดจากอะไร · ผ้าเบรคหมดดูยังไง ควรเปลี่ยนเมื่อไร · บริการซ่อมช่วงล่างและเบรก

คำถามที่พบบ่อย

เปลี่ยนน้ำมันเบรกเองที่บ้านได้ไหม

ทำได้ถ้ามีเครื่องมือและประสบการณ์ แต่ระบบเบรกเป็นระบบที่เกี่ยวกับความปลอดภัยโดยตรง ถ้าไล่ลมไม่หมดหรือปล่อยให้อากาศเข้าระบบ แป้นเบรกจะหยุ่นและเบรกไม่อยู่ รถที่มี ABS บางรุ่นยังต้องใช้เครื่องสแกนช่วย ถ้าไม่มั่นใจ ควรให้อู่ทำ

เปลี่ยนน้ำมันเบรกกับเปลี่ยนผ้าเบรกต้องทำพร้อมกันไหม

เป็นคนละรายการ ผ้าเบรกเปลี่ยนตามการสึก ส่วนน้ำมันเบรกเปลี่ยนตามเวลา แต่ถ้ารอบของสองอย่างใกล้กัน ทำพร้อมกันจะสะดวกและประหยัดเวลาเข้าอู่

น้ำมันเบรกขวดที่เปิดแล้ว เก็บไว้ใช้ครั้งหน้าได้ไหม

ไม่แนะนำ น้ำมันเบรกไกลคอลดูดความชื้นจากอากาศตั้งแต่เปิดขวด แม้ปิดฝาแน่นแล้วก็ยังเสื่อมลงเรื่อย ๆ ถ้าจะเก็บไว้เติมฉุกเฉินในช่วงสั้น ๆ พอได้ แต่ไม่ควรใช้ขวดที่เปิดค้างไว้นานกับการเปลี่ยนทั้งระบบ

เปลี่ยนน้ำมันเบรกแล้วเบรกจะดีขึ้นทันทีไหม

ถ้าน้ำมันเดิมเสื่อมมาก บางคันจะรู้สึกว่าแป้นแน่นขึ้น แต่ในการขับปกติหลายคนอาจไม่รู้สึกต่าง ประโยชน์หลักคือรักษาจุดเดือดให้สูงพอในจังหวะเบรกหนักและลดการเกิดสนิมในระบบ ซึ่งเป็นเรื่องความปลอดภัยระยะยาว

น้ำมันเบรกกับน้ำมันคลัตช์ใช้ตัวเดียวกันไหม

รถเกียร์ธรรมดาหลายรุ่นใช้คลัตช์ไฮดรอลิกที่ใช้น้ำมันเบรกชนิดเดียวกัน บางรุ่นใช้กระปุกร่วมกัน บางรุ่นแยกกระปุก ควรดูจากฝากระปุกหรือคู่มือ และเปลี่ยนตามรอบเช่นเดียวกับน้ำมันเบรก

จำไม่ได้ว่าเปลี่ยนน้ำมันเบรกครั้งล่าสุดเมื่อไร

แวะให้เราตรวจสภาพน้ำมันเบรก ผ้าเบรก และจุดรั่วไปพร้อมกัน เราจะบอกตามจริงว่าต้องเปลี่ยนตอนนี้หรือยังรอได้

คุยทาง LINE โทร 082 559 1646

อินเตอร์ ออโต้ การาจ · บ้านบึง ชลบุรี · ตรวจให้เห็นก่อนแจ้งราคา

น้ำมันเบรกเปลี่ยนน้ำมันเบรกDOT 3 DOT 4ระบบเบรกอู่ซ่อมรถ บ้านบึง

บริการที่เกี่ยวข้องและช่องทางปรึกษา

แจ้งรุ่นรถ อาการ และส่งภาพให้ทีมงานช่วยตรวจข้อมูลเบื้องต้น ก่อนนัดหมายเข้าตรวจสภาพจริง

ปรึกษาทาง LINE

← กลับไปดูบทความ