ข้ามไปยังเนื้อหา
ศูนย์ซ่อมรถยนต์ • บ้านบึง ชลบุรีจันทร์–เสาร์ 08:00–17:00 น.
อินเตอร์ ออโต้ การาจINTER AUTO GARAGE☎ 082 559 1646

หน้าแรกบทความและความรู้เรื่องรถ

ช่วงล่างมีเสียง ต๊อก แอ๊ด ตุบ แต่ละเสียงบอกอะไรบ้าง

ช่วงล่างมีเสียง ต๊อก แอ๊ด ตุบ | อู่อินเตอร์ ออโต้ การาจ บ้านบึง ชลบุรี

ขับผ่านคอสะพานทีไรได้ยินเสียง “ต๊อก” ลอยมาจากใต้รถ เลี้ยวเข้าซอยแล้วมีเสียง “แอ๊ด” บางครั้งเสียงหายไปเองตอนอากาศร้อน แล้วกลับมาใหม่ตอนเช้า เสียงจากช่วงล่างแต่ละแบบบอกคนละเรื่องกัน และการแยกให้ออกตั้งแต่ต้นช่วยประหยัดได้มาก เพราะไม่ต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนแบบไล่ไปทีละอัน

ฟังเสียงให้ออกก่อน แล้วค่อยเดาสาเหตุ

ช่วงล่างรถประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายสิบชิ้นที่ทำงานร่วมกัน เวลามีเสียง สิ่งที่ช่างต้องการรู้ไม่ใช่แค่ “มีเสียง” แต่คือ เสียงแบบไหน ตอนไหน และมาจากฝั่งไหน ลองสังเกตตามนี้ก่อนเข้าอู่ จะช่วยให้หาเจอเร็วขึ้นมาก

เสียงที่ได้ยิน มักเกิดตอน ชิ้นส่วนที่น่าสงสัย
ต๊อก ๆ เบา ๆ ถี่ ๆ ผ่านถนนลูกระนาด ความเร็วต่ำ ลูกหมากกันโคลง ยางกันโคลง
ตุบ ตื้อ ๆ หนัก ๆ ผ่านหลุมหรือคอสะพาน บูชปีกนก เบ้าโช๊คอัพ
แอ๊ด เอี๊ยด เหมือนสปริงฝืด เลี้ยวช้า ๆ หรือรถโยกตอนขึ้น-ลง ลูกหมากปีกนก บูชยางแห้ง
กึก ครั้งเดียวตอนเริ่มเคลื่อน ออกตัว หรือเบรกจนหยุดสนิท ลูกหมากคันชัก ยางแท่นเครื่อง
หึ่ง ๆ ดังขึ้นตามความเร็ว วิ่งทางตรง เสียงเปลี่ยนตอนเปลี่ยนเลน ลูกปืนล้อ
กรอบแกรบ เหมือนทรายในกระบอก ผ่านทางขรุขระต่อเนื่อง โช๊คอัพรั่วหรือหมดสภาพ

เทคนิคระบุฝั่งที่มาของเสียง: หาที่จอดเงียบ ๆ ปลอดภัย ดับเครื่อง แล้วใช้มือกดตัวรถลงแรง ๆ ที่มุมใดมุมหนึ่งแล้วปล่อย ทำทีละมุมทั้งสี่มุม มุมที่มีเสียงจะดังชัดกว่ามุมอื่น วิธีนี้ไม่ได้บอกว่าเป็นชิ้นไหน แต่บอกได้ว่าควรให้ช่างเน้นดูมุมไหนก่อน

เสียงแบบไหนรอได้ เสียงแบบไหนควรรีบ

รอได้สักพัก

เสียงเอี๊ยดอ๊าดจากบูชยางที่แห้ง โดยที่รถยังทรงตัวปกติ พวงมาลัยไม่ดึง ไม่มีอาการโคลง มักไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แต่ควรตรวจในรอบเช็กระยะถัดไป

ควรตรวจเร็ว ๆ นี้

เสียงตุบจากการผ่านหลุม ร่วมกับยางสึกไม่เท่ากันหรือรถวิ่งไม่ตรง แสดงว่าศูนย์ล้อเริ่มเพี้ยนจากระยะคลอน ยิ่งปล่อยยิ่งเปลืองยาง

ควรหยุดใช้และตรวจทันที

เสียงหึ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ จนได้ยินชัดในห้องโดยสาร อาจเป็นลูกปืนล้อที่ใกล้แตก ซึ่งถ้าเสียหายขณะวิ่งความเร็วสูงจะอันตรายมาก

อย่าเสี่ยงเด็ดขาด

เสียงดังพร้อมกับพวงมาลัยมีระยะฟรีมากผิดปกติ หรือรถส่ายเวลาผ่านรอยต่อถนน ควรเรียกรถยกแทนการขับไปอู่เอง

ถ้าเห็น คราบน้ำมันเยิ้มที่กระบอกโช๊คอัพ นั่นคือโช๊คอัพรั่ว ไม่ใช่แค่เรื่องความนุ่มสบาย แต่หมายความว่าล้อข้างนั้นควบคุมการเต้นของยางไม่ได้เต็มที่ ระยะเบรกจะยาวขึ้นและรถจะเสียการทรงตัวง่ายขึ้นเมื่อหักหลบกะทันหัน ควรเปลี่ยนเป็นคู่ซ้าย-ขวาเสมอ

ทำไมเสียงบางอย่างหายตอนกลางวันแล้วกลับมาตอนเช้า

เพราะชิ้นส่วนหลายตัวในช่วงล่างเป็นยาง เมื่ออากาศเย็นยางจะแข็งตัวและหดเล็กน้อย ทำให้ระยะที่หลวมอยู่แล้วชัดขึ้นจนเกิดเสียง พอขับไปสักพักยางอุ่นขึ้นและขยายตัว เสียงก็เบาลงหรือหายไป

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมบางครั้งขับไปถึงอู่แล้วช่างกลับหาเสียงไม่เจอ ถ้าเจอกรณีแบบนี้ ลองอัดคลิปเสียงตอนที่ดังที่สุดไว้ด้วยโทรศัพท์ แล้วเปิดให้ช่างฟัง จะช่วยได้มากกว่าการอธิบายด้วยคำพูด

ขั้นตอนที่อู่ใช้ไล่หาต้นตอ

  1. ขับทดสอบพร้อมคนขับประจำ เพราะเจ้าของรถรู้ดีที่สุดว่าเสียงเกิดตอนไหน บนถนนแบบไหน
  2. ยกรถขึ้นลิฟต์แล้วโยกล้อ จับล้อที่ตำแหน่ง 12 กับ 6 นาฬิกาแล้วโยก ถ้ามีระยะคลอนมักเป็นลูกปืนล้อหรือลูกหมากปีกนก ถ้าจับที่ 3 กับ 9 นาฬิกาแล้วคลอน มักเป็นลูกหมากคันชักหรือแร็คพวงมาลัย
  3. ใช้เหล็กงัดตรวจระยะบูช งัดเบา ๆ ที่จุดยึดปีกนก ถ้าเห็นยางขยับเกินปกติหรือแตกลายงา แปลว่าหมดสภาพ
  4. ตรวจรอยรั่วของโช๊คอัพ ดูคราบน้ำมันบนกระบอกและฝุ่นที่เกาะเป็นโคลนรอบ ๆ
  5. ตรวจน็อตและจุดยึดทั้งหมด บางครั้งเสียงมาจากน็อตที่คลายตัว ไม่ใช่ชิ้นส่วนเสีย ซึ่งแก้ได้ด้วยการขันตามค่าแรงบิดที่กำหนด
  6. ตั้งศูนย์ถ่วงล้อหลังเปลี่ยนชิ้นส่วน ทุกครั้งที่แตะชิ้นส่วนช่วงล่างควรตั้งศูนย์ใหม่ ไม่อย่างนั้นยางจะสึกเร็วผิดปกติภายในไม่กี่พันกิโลเมตร

ถ้าอาการของคุณไม่ใช่แค่เสียง แต่มีอาการสั่นตอนเบรกร่วมด้วย ลองอ่าน แนวทางดูแลช่วงล่างรถยนต์ และ สัญญาณผิดปกติจากแป้นเบรก ประกอบ เพราะปัญหาช่วงล่างกับระบบเบรกมักมาด้วยกันและแก้พร้อมกันจะคุ้มกว่า

ยืดอายุช่วงล่างให้นานขึ้น

ชะลอก่อนถึงหลุม

แรงกระแทกเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความเร็วมาก การลดความเร็วลงเล็กน้อยก่อนถึงหลุมช่วยลดภาระที่บูชและลูกหมากได้มากกว่าที่คิด

อย่าบรรทุกเกินพิกัดเป็นประจำ

น้ำหนักที่เกินตลอดเวลาทำให้สปริงและโช๊คอัพทำงานใกล้ขีดจำกัดจนล้าเร็ว

เติมลมยางให้ถูกต้อง

ยางอ่อนเกินทำให้แก้มยางรับแรงแทนช่วงล่าง ส่วนยางแข็งเกินส่งแรงกระแทกเข้าสู่ชิ้นส่วนโดยตรง

ล้างใต้ท้องรถหลังลุยน้ำ

โคลนและเกลือที่ติดค้างเร่งการผุของจุดยึดและทำให้ยางบูชเสื่อมเร็ว

คำถามที่พบบ่อย

มีเสียงช่วงล่างแต่รถยังขับได้ปกติ ต้องรีบซ่อมไหม

ถ้าเป็นเสียงเบา ๆ ที่ไม่มีอาการอื่นร่วม เช่น รถไม่ดึง ไม่โคลง ยางสึกสม่ำเสมอ ก็ยังพอรอได้ถึงรอบเช็กถัดไป แต่ถ้าเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ ภายในไม่กี่สัปดาห์ หรือเริ่มรู้สึกว่าพวงมาลัยไม่นิ่งเหมือนเดิม ควรตรวจเลย เพราะชิ้นส่วนที่หลวมจะเร่งให้ชิ้นข้างเคียงเสียตามไปด้วย

เปลี่ยนโช๊คอัพต้องเปลี่ยนทั้งสี่ต้นไหม

ไม่จำเป็นต้องสี่ต้นเสมอไป แต่ควรเปลี่ยนเป็นคู่ซ้าย-ขวาของเพลาเดียวกันเสมอ เพราะถ้าข้างหนึ่งใหม่อีกข้างเก่า การยุบตัวจะไม่เท่ากันและรถจะทรงตัวแปลก ๆ โดยเฉพาะเวลาหักหลบหรือเบรกกะทันหัน

เสียงหึ่ง ๆ ตอนขับเร็ว เป็นยางหรือลูกปืนล้อ

ลองเปลี่ยนเลนช้า ๆ ซ้าย-ขวาบนถนนโล่ง ถ้าเสียงดังขึ้นหรือเบาลงชัดเจนตามการถ่ายน้ำหนัก มักเป็นลูกปืนล้อ แต่ถ้าเสียงคงที่ไม่ว่าจะเอียงไปทางไหน มักเป็นดอกยางที่สึกเป็นลูกคลื่น ซึ่งแก้ได้ด้วยการสลับยางและตั้งศูนย์

ตั้งศูนย์ถ่วงล้อช่วยเรื่องเสียงได้ไหม

ช่วยได้ในกรณีที่เสียงมาจากยางสึกไม่สม่ำเสมอ แต่ถ้าต้นตอคือชิ้นส่วนที่หลวม การตั้งศูนย์จะไม่หายขาด และค่าที่ตั้งไว้ก็จะเพี้ยนกลับเร็วด้วย จึงควรเปลี่ยนชิ้นส่วนที่หลวมให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยตั้งศูนย์

ชนขอบฟุตบาทแล้วมีเสียง เคลมประกันได้ไหม

กรณีชนขอบทางถือเป็นอุบัติเหตุและโดยทั่วไปสามารถแจ้งเคลมได้ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ที่ถืออยู่ ควรถ่ายรูปจุดเกิดเหตุและความเสียหายไว้ แล้วแจ้งบริษัทประกันตั้งแต่วันเกิดเหตุ ไม่ควรรอจนอาการหนักแล้วค่อยแจ้ง เพราะจะพิสูจน์ความเชื่อมโยงได้ยากขึ้น

มีเสียงแต่บอกไม่ถูกว่ามาจากไหน

เสียงช่วงล่างต้องฟังจากรถจริงถึงจะชี้จุดได้แม่น ทางอู่ยินดีให้นำรถเข้ามายกตรวจและขับทดสอบร่วมกัน เพื่อดูว่าชิ้นไหนจำเป็นต้องเปลี่ยนจริง และชิ้นไหนยังใช้ต่อได้

ดูบริการช่วงล่างและเบรก

บริการที่เกี่ยวข้องและช่องทางปรึกษา

แจ้งรุ่นรถ อาการ และส่งภาพให้ทีมงานช่วยตรวจข้อมูลเบื้องต้น ก่อนนัดหมายเข้าตรวจสภาพจริง

ปรึกษาทาง LINE

← กลับไปดูบทความ